AMT News.

มารู้จัก ทัศนมาตรศาสตร์ คณะเปิดใหม่สุดน่าเรียนเพื่อคนรักสายตา

cr. http://www.dek-d.com/admission/27891/
"ทัศนมาตรศาสตร์" คณะเปิดใหม่สุดน่าเรียนเพื่อคนรักสายตา

                  น้องๆ รู้มั้ยคะว่า ถ้าอยากเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา ควรเรียนด้านไหน ? ไม่ใช่แค่จักษุแพทย์เท่านั้นนะคะ เพราะตอนนี้มีอีกคณะหนึ่งซึ่งเป็นคณะเปิดใหม่และเน้นสอนเกี่ยวกับ "สายตา" นั่นก็คือ"ทัศนมาตรศาสตร์" นั่นเอง โดยในเมืองไทยมีเปิดสอนเพียง 2 ที่คือที่มหาวิทยาลัยรังสิตและมหาวิทยาลัยรามคำแหงค่ะ เชื่อว่าหลายๆ คนอาจจะไม่คุ้นชื่อหรือไม่เคยได้ยินชื่อคณะนี้ใช่มั้ยเอ่ย ? ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ขออาสาพาน้องๆ ไปทำความรู้จักคณะนี้ให้มากขึ้นกับรุ่นพี่จากคณะทัศนมาตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ที่จะมาเล่าชีวิตการเรียนในคณะนี้ให้ฟังกัน !
สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นช่วยแนะนำตัวแก่น้องๆ ด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ ชื่อนางสาวนลพรรณ เลาหสินนุรักษ์ ชื่อเล่นนล นักศึกษาชั้นปีที่ 3 คณะทัศนมาตรศาสตร์  มหาวิทยาลัยรังสิตค่ะ
มีแรงบันดาลใจอะไรทำไมถึงเลือกเรียนทัศนมาตรศาสตร์คะ ?

เป็นคนที่มีปัญหาทางด้านสายตาค่อนข้างมากจึงอยากที่จะรู้อาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับตัวเอง จึงตัดสินใจเรียนคณะนี้ซึ่งยังเป็นคณะที่เปิดใหม่ และยังเป็นที่ต้องการของสังคมอยู่มาก  เนื่องจากปัจจุบันผู้เชี่ยวชาญทางด้านสายตาในเมืองไทยมีอยู่จำนวนไม่มาก แต่คนไข้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้โอกาสเสี่ยงที่เราจะตกงานมีน้อยมาก  และที่นี่ยังมีพร้อมทางด้านเครื่องมือ บุคลากรที่มีความสามารถ จึงทำให้เราได้เรียนรู้ฝึกฝนกับคนไข้และได้ปฏิบัติงานจริงๆ ก่อนจำออกไปทำงานจริงๆค่ะ

อยากให้นลช่วยอธิบายคร่าวๆ ว่าทัศนมาตรศาสตร์คืออะไร เรียนเพื่ออะไร เรียนอะไรบ้าง เพราะน้องๆ หลายคนยังไม่ค่อยรู้จัก

คณะทัศนมาตรศาสตร์จะเรียนเกี่ยวกับพวกโรคตาเบื้องต้น ทั้งการเป็นต้อกระจก ต้อเนื้อ ต้อหิน เบาหวานขึ้นจอประสาทตา ฯลฯ เราจะต้องแยกให้ออกและต้องแนะนำคนไข้ให้ได้ และเป็นถึงขั้นไหนจึงต้องส่งให้จักษุแพทย์ต่อไป การตรวจวัดสายตา การทำแว่น โดยจะมีเรียนเกี่ยวกับการเลือกแว่นให้เหมาะกับหน้า  ใช้วัสดุอะไรในการทำแว่นเพื่อดูให้เหมาะสมกับอาชีพนั้นๆ รวมไปถึงการทำคอนแทคเลนส์ด้วยค่ะ
 
คิดว่าคณะของเรามีจุดเด่นอะไรที่ไม่เหมือนใคร

สำหรับคณะทัศนศาสตร์มีจุดเด่นอยู่ตรงที่เป็นคณะใหม่ในเมืองไทย (ซึ่งต่างประเทศมีมานานมากแล้ว และเป็นคณะที่ยอดนิยมในประเทศแถบยุโรป ) และด้วยความที่ว่าคนไข้ทางด้านสายตาในปัจจุบันมีมากขึ้นเรื่อยๆ แต่บุคลากรทางด้านนี้จริงๆ ยังมีอยู่น้อยนิดจึงเป็นโอกาสอันดีสำหรับพวกเราในการมีงานทำ และเป็นคณะที่เราอยู่กันแบบครอบครัวเดียวกันค่ะ มีอะไรก็ช่วยหรือซึ่งกันและกัน ผ่านก็ผ่านไปด้วนกันค่ะ
 
อยากให้เล่าถึงวิชาที่ชอบที่สุดและวิชาที่ยากที่สุด

ชอบวิชา Refraction ค่ะ เกี่ยวกับการตรวจการหักแสงของตา เพราะเป็นวิชาที่เราทุกคนที่เรียนคณะนี้ต้องใช้ไปตลอดชีวิต เป็นวิชาที่ต้องแม่นยำในทุกขั้นตอนซึ่งกว่าจะผ่านมาได้สายเลือดแทบขาดเลยทีเดียวค่ะ
ส่วนวิชาที่ยากที่สุดคือ วิชา Ocular Pathology ค่ะ หรือจักษุพยาธิวิทยา เกี่ยวกับอาการผิดปกติทางสายตา เพราะวิชานี้มีรายละเอียดมาก อาการต่างกันนิดเดียวก็มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งแล้ว เป็นวิชาที่ต้องท่องจำตลอดว่าเป็นแบบนี้เป็นโรคนี้นะ 

การเรียนทัศนมาตรศาสตร์นีมีได้ลงมือหรือทดลองทำอะไรสนุกๆ บ้างคะ ยกตัวอย่างให้ฟังหน่อย 
มีเยอะมากค่ะ เพราะคณะเราเน้นการฝึกปฏิบัติจริงค่ะ เช่น 

1 การฝึกการใส่คอนแทคเลนส์จากอาจารย์ฝรั่ง ซึ่งอาจารย์ท่านให้ใส่และถอดให้เพื่อน ซึ่งบางคนที่ไม่เคยใส่มาก่อนก็จะกลัวและตื่นเต้นมากค่ะ 

2. การฝึกใช้เครื่องมือ ophthamoscope หรือเครื่องตรวจตาซึ่งเป็นเครื่องมือที่ต้องใช้ความชำนาญ แรกๆ เราจะใช้เวลานานมากในการหา macular (จุดกลางรับภาพจอประสาทตา) ซึ่งพอหาเจอก็ดีใจกันมากเพราะมันหายากมากค่ะ

3. การฝนเลนส์ ซึ่งปกติถ้าตัดเยอะๆ เราจะใช้เครื่อง แต่ในตอนแรกๆ อาจารย์จะให้ฝนด้วยมือค่ะ โดยการใช้กระดาษทราย ซึ่งจะต้องใช้คีมตัดให้เหลือพื้นที่ในการฝนน้อยๆ บางคนก็ตัดเลนส์ไม่ได้สักที ตัดแล้วแตกตัดแล้วแตก บางคนก็ฝนเกินรอยที่กำหนดไว้ แล้วพอนำมาใส่กรอบดู ตัวเลนส์มันแหว่งค่ะ บางคนแหว่งเยอะขนาดแมลงวันบินผ่านได้เลยทีเดียวค่ะ

4. การใช้ Slit lamp เป็นกล้องที่ใช้ขยายตรวจรูม่านตา คือเครื่องนี้เป็นอะไรที่มหัศจรรย์สำหรับการมองเห็นเลยทีเดียวค่ะ มันเป็นเครื่องที่มองเห็นได้ละเอียดมาก และสามารถที่จะบันทึกใส่คอมพิวเตอร์เพื่อให้คนไข้เห็นรอยโรคของตาตัวเองได้ พวกเราตื่นเต้นมากที่ได้เห็นข้างในตาตัวเองค่ะ ซึ่งแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป บางคนพบโรคอะไรที่มักพบในคนแก่ก็เอามาล้อกันเล่นขำๆ ค่ะ
 
ว่าแต่เรียนคณะนี้ต้องเก่งวิชาอะไรเป็นพิเศษมั้ยคะ

คิดว่าวิชาภาษาอังกฤษค่ะ เพราะหนังสือที่เราใช้เรียนส่วนมากเป็นภาษาอังกฤษค่ะ และอาจารย์บางท่านก็เป็นอาจารย์จากต่างประเทศค่ะ พูดมาทียาวๆ งง!!! 555 เราจึงจำเป็นต้องมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีก็จะดีมากเลยค่ะ แต่สำหรับน้องบางคนที่ไม่เก่งภาษาอังกฤษแบบพี่ก็สามารถเรียนได้นะคะ เพียงแต่ว่าเราก็จะต้องขยันขึ้นหน่อยอ่ะค่ะ) ปัจจุบันในเมืองไทยมีสถาบันที่เปิดสอนด้านทัศนมาตรศาสตร์น้อยมากๆ คือที่ม.รังสิตและรามคำแหง นลคิดว่าอะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้สาขานี้ยังไม่บูมในบ้านเราอาจจะเป็นเพราะยังใหม่อยู่ และคนส่วนมากคิดว่าเรียนเพื่อตัดแว่นอย่างเดียว อันที่จริงไม่ใช่นะคะ (ถึงจะเรียนเพื่อตัดแว่นอย่างเดียว ถ้าอยากจะได้แว่นดีๆ ที่ใส่แล้วสบายตา มันต้องใช้หลายอย่างประกอบกันค่ะ) และอาจจะยังมีหลักสูตรที่ยังไม่แน่นอน หรือยังมีผู้ที่จบทางด้านนี้ในประเทศไทยน้อยอยู่ค่ะ แต่ส่วนตัวคิดว่าถ้าเราช่วยกัน ไม่กีดกัน เปิดใจยอมรับกันในผลงาน คิดว่าจะต้องมีเปิดขึ้นอีกเรื่อยๆ ค่ะ เพราะแม้แต่ในต่างประเทศนั้น กว่าจะได้รับการยอมรับจากสังคมก็ใช้เวลาเป็นสิบกว่าปีเลยค่ะ
 
แล้วนลได้ทำกิจกรรมอะไรของคณะและมหาวิทยาลัยบ้างคะ

ทำทุกอย่างที่ทำได้เลยค่ะ 555++ ไม่ว่าจะเป็นงานรับน้อง รับปริญญารุ่นพี่  byenior  ออกหน่วย สัมมนาวิชาการของคณะ ฯลฯ ส่วนของมหาลัยก็มีบ้างตามที่ว่างค่ะ เช่น ออกค่ายพัฒนาศักยภาพผู้นำ สรุปงานกิจกรรมประจำปี ออกหน่วยของมหาลัย งานกีฬาพะยอม ร่วมฟังสัมมนาต่างๆ ที่จัดขึ้นภายในมหาลัยรังสิต หรือไม่ว่าจะเป็น smart team รุ่น 4 และ 5 ด้วยค่ะ
  
แล้วจบคณะนี้ไปทำงานอะไรได้บ้างคะ จะตกงานมั้ย

จบไปเราสามารถทำงานได้หลายอย่างค่ะ อาจจะทำงานตามโรงพยาบาล โรงงานที่ผลิตเกี่ยวกับแว่น เลนส์ หรือเครื่องมือต่างๆ ที่ใช้ในการตรวจตา  (พี่ได้ยินมาว่าได้เงินเดือนเยอะมาก55) หรือจะเปิดคลินิกของตัวเองก็ได้ค่ะ (แต่ทั้งนี้ต้องสอบใบประกอบโรคศิลป์ให้ได้ก่อนนะคะ^^)  ส่วนถ้าน้องคนไหนคิดว่าคณะนี้จบไปจะไม่มีงานทำ คิดผิดเลยค่ะ เพราะในอนาคตมีแนวโน้มว่าจะมีผู้ที่มีปัญหาทางสายตามากขึ้น ดังนั้นบุคลากรทางด้านนี้จึงเป็นอาชีพที่ต้องการค่ะ
 
       อ่านจบแล้วบอกได้เลยว่าเป็นคณะที่น่าสนใจมากกกกกกกกกกจริงๆ ค่ะ เห็นด้วยที่ว่าปัจจุบันคนเราสายตาสั้นมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะวันๆ อยู่แต่หน้าคอมพิวเตอร์ ฮ่าๆ แต่บุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทางสายตาไม่นับจักษุแพทย์นี่น้อยมากๆ เลยค่ะ ดังนั้นใครสนใจอยากเรียนอะไรใหม่ๆ ไม่ซ้ำใคร แถมยังได้ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยล่ะก็ "ทัศนมาตรศาสตร์" ตอบโจทย์ได้แน่นอน